Rolex's History

6 พฤษภาคม 2020 Rolex

1905

ประวัติของ Rolex ถูกเชื่อมโยงกับงานศิลปะแห่งการจินตนาการของ Hans Wilsdorf ผู้ก่อตั้ง อย่างแยกไม่ออก ในปี 1905 Hans Wilsdorf เมื่อเขามีอายุ 24 ปี ได้ก่อตั้งบริษัทขึ้นในกรุงลอนดอนโดยเป็นบริษัทที่เชี่ยวชาญด้านการจัดจำหน่ายนาฬิกา ณ เวลานั้น เขาก็เริ่มวาดฝันที่จะได้สวมใส่นาฬิกาไว้บนข้อมือ ขณะนั้น นาฬิกาข้อมือไม่ได้เที่ยงตรงมากนัก แต่ Hans Wilsdorf ก็มองล่วงหน้าว่านาฬิกาข้อมือไม่ควรหรูหราเท่านั้น แต่ยังควรเที่ยงตรงอีกด้วย

ประวัติของ Rolex ถูกเชื่อมโยงกับงานศิลปะแห่งการจินตนาการของ Hans Wilsdorf ผู้ก่อตั้ง อย่างแยกไม่ออก ในปี 1905 Hans Wilsdorf เมื่อเขามีอายุ 24 ปี ได้ก่อตั้งบริษัทขึ้นในกรุงลอนดอนโดยเป็นบริษัทที่เชี่ยวชาญด้านการจัดจำหน่ายนาฬิกา ณ เวลานั้น เขาก็เริ่มวาดฝันที่จะได้สวมใส่นาฬิกาไว้บนข้อมือ ขณะนั้น นาฬิกาข้อมือไม่ได้เที่ยงตรงมากนัก แต่ Hans Wilsdorf ก็มองล่วงหน้าว่านาฬิกาข้อมือไม่ควรหรูหราเท่านั้น แต่ยังควรเที่ยงตรงอีกด้วย

1908

Hans Wilsdorf ต้องการให้นาฬิกาของเขามีชื่อที่สั้น ง่ายต่อการออกเสียงและจดจำในทุกภาษา รวมถึงดูดีทั้งบนหน้าปัดและกลไกของนาฬิกา

เขาเล่าว่า “ผมพยายามที่จะผสมตัวอักษรในทุกๆ แบบที่เป็นไปได้ จึงทำให้ผมมีชื่อเป็นร้อยๆ ชื่อ แต่ก็ไม่มีชื่อไหนที่ถูกใจเลยสักอัน เช้าวันหนึ่ง ขณะที่ผมกำลังนั่งรถโดยสารชั้นบนที่ใช้ม้าลากจูงไปตามแถบชีพไซด์ในกรุงลอนดอน ผมก็ได้ยินเสียงกระซิบว่า ‘Rolex’ ขึ้นมา”

1910

จุดกำเนิดแห่งนาฬิกาที่เที่ยงตรง ในช่วงแรกนั้น Rolex ใส่ใจกับคุณภาพกลไกของนาฬิกาอย่างมาก ความพยายามในการผลิตเรือนเวลาที่เที่ยงตรงทำให้บริษัท และประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว ในปี 1910 นาฬิกา Rolex เป็นนาฬิกาข้อมือเรือนแรกของโลกที่ได้รับใบรับรองความเที่ยงตรงของนาฬิกา จากสวิสซึ่งออกโดย Official Watch Rating Centre ที่เมืองเบียนน์

1914

ในปี 1914 ซึ่งเป็นสี่ปีให้หลัง Kew Observatory ที่อังกฤษได้มอบใบรับรองความเที่ยงตรงระดับ “A” ให้กับนาฬิกาข้อมือของ Rolex ซึ่งถือเป็นรางวัลอังทรงคุณค่า เพราะจนถึงขณะนั้น การรับรองนี้สงวนไว้ให้เฉพาะกับนาฬิกาที่บอกเวลาเที่ยงตรงของทหารเรือเท่านั้น นับจากวันนั้น นาฬิกาข้อมือของ Rolex จึงเป็นสัญลักษณ์แห่งความเที่ยงตรง

1919

Rolex ย้ายไปยังเจนีวา เมืองที่มีชื่อเสียงในด้านการผลิตนาฬิการะดับโลก Montres Rolex S.A. ได้รับการจดทะเบียนที่กรุงเจนีวาในปี 1920

1926

ในปี 1926 Rolex ได้รังสรรค์นาฬิกาข้อมือกันน้ำและกันฝุ่นขึ้นเป็นเรือนแรก ซึ่งนับเป็นก้าวที่ยิ่งใหญ่ของบริษัท นาฬิกาที่มีชื่อว่า “Oyster” เรือนนี้มีตัวเรือนที่ซีลได้อย่างแนบสนิทซึ่งจะปกป้องกลไกการทำงานด้านในได้ดีที่สุด

1927

เมื่อกล่าวว่านาฬิกาเรือนนี้สามารถกันน้ำได้ จึงเป็นเรื่องที่ต้องมีการพิสูจน์ ในปี 1927 Rolex Oyster ได้ข้ามช่องแคบอังกฤษไปพร้อมกับ Mercedes Gleitze นักว่ายน้ำสาวชาวอังกฤษ การว่ายน้ำกินเวลามากกว่า 10 ชั่วโมงและนาฬิกาก็ยังทำงานได้อย่างสมบูรณ์แบบเมื่อถึงปลายทาง

เพื่อฉลองความสำเร็จในการข้ามช่องแคบ Rolex จึงได้เผยแพร่โฆษณาเต็มหน้าไว้บนหน้าแรกของหนังสือพิมพ์ Daily Mail โดยประกาศถึงความสำเร็จของนาฬิกากันน้ำ กิจกรรมครั้งนี้ได้กลายเป็นจุดกำเนิดของคอนเซปต์ผู้ทดสอบใช้งาน

1931

ในปี 1931 Rolex ได้ประดิษฐ์และจดสิทธิบัตรกลไกไขลานอัตโนมัติด้วยโรเตอร์ Perpetual เป็นที่เจ้าแรกของโลก ทุกวันนี้ ระบบอัจฉริยะซึ่งเป็นงานศิลป์ชิ้นเอกนี้ ได้กลายเป็นหัวใจสำคัญของนาฬิกาอัตโนมัติทุกเรือน

1933

การทดสอบบินข้ามเอเวอเรสต์ครั้งแรกมี Rolex Oyster ร่วมเดินทางไปด้วย สมาชิกลูกเรือต่างพึงพอใจในประสิทธิภาพของนาฬิกาข้อมือเรือนนี้อย่างยิ่ง

1935

Rolex มองว่านี่เป็นโอกาสอันยิ่งใหญ่ที่จะได้ทดสอบ ปรับปรุงและแสดงประสิทธิภาพทางเทคนิคของนาฬิกา Oyster ในสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกัน โลกแห่งกีฬา การบิน การแข่งรถและการสำรวจก่อให้เกิดห้องทดลองที่ไร้กำแพงกั้นขึ้นมา ซึ่งเหมาะสำหรับใช้ทดสอบคุณลักษณะทางเทคนิคของนาฬิกาได้อย่างหลากหลายจนนับไม่ถ้วน

ในช่วงทศวรรษที่ 1930 Rolex และเซอร์ Malcolm Campbell หนึ่งในนักขับรถที่ทำความเร็วได้มากที่สุดในโลกได้จับมือกันเพื่อทดสอบความเร็ว เมื่อวันที่ 4 กันยายน 1935 “ราชันย์แห่งความเร็ว” ได้ขับรถยนต์ Bluebird พร้อมทั้งใส่นาฬิกา Rolex การทดสอบครั้งนี้ทำสถิติความเร็วบนบกมากกว่า 300 ไมล์ต่อชั่วโมง (ประมาณ 485 กม./ชม.) ที่ Bonneville Salt Flats ในมลรัฐยูท่าห์ เซอร์ Malcolm ทำลายสถิติความเร็วโลกได้ถึงเก้าครั้งระหว่างปี 1924 ถึงปี 1935 โดยมีห้าครั้งที่ขับบนชายหาดเดย์โทนาในมลรัฐฟลอริดา

“ตอนนี้ ผมใช้นาฬิกา Rolex มาสักพักแล้วและ นาฬิกาของผมก็บอกเวลาได้เที่ยงตรงไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ที่ หนักเพียงใดก็ตาม” เซอร์ Malcolm Campbell

1945

ปี 1945 เป็นปีที่ Datejust นาฬิกาข้อมือที่มีกลไกไขลานอัตโนมัติเรือนแรกซึ่งบอกวันที่ไว้ใน หน้าต่างบนหน้าปัดได้ถือกำเนิดขึ้น Datejust นาฬิกาที่ยอดเยี่ยมเรือนนี้มาพร้อมกับสาย Jubilee ซึ่งจัดทำขึ้นเป็นพิเศษสำหรับตัวเรือนและขอบหน้าปัดแบบร่อง ซึ่งจะทำให้จดจำได้ทันทีว่าเป็น Rolex จึงเป็นเอกลักษณ์ประการหนึ่งของคอลเลกชัน Oyster เริ่มแรกนั้น Datejust ออกแบบขึ้นหลากหลายแบบสำหรับสุภาพบุรุษ แต่ในทศวรรษต่อมาก็เริ่มมีการออกแบบสำหรับสุภาพสตรี

1953

ในช่วงต้นทศวรรษที่ 1950 Rolex ได้พัฒนานาฬิกาสำหรับมืออาชีพที่เป็นเสมือนเครื่องมือและทำหน้าที่มากกว่าการบอกเวลาตามปกติ นาฬิกาเหล่านี้ผลิตขึ้นเป็นพิเศษเพื่อกิจกรรมของผู้เชี่ยวชาญในด้านต่างๆ เช่น การดำน้ำลึกในทะเล การบิน การปีนเขาและการสำรวจทางวิทยาศาสตร์ นาฬิกาที่บันดาลให้ผู้สวมใส่เกิดความมุ่งมั่นเรือนนี้เป็นที่รู้จักกันในชื่อนาฬิกาของผู้ประสบความสำเร็จ

ในปี 1953 เป็นปีที่เซอร์ John Hunt ได้ออกเดินทางสำรวจ เซอร์ Edmund Hillary และ Tenzing Norgay ก็ได้เดินทางไปถึงยอดเขาเอเวอเรสต์โดยใส่นาฬิกา Oyster Perpetual ขณะเดินทาง

หลังจากที่ได้รับแรงบันดาลใจจากการเดินทางครั้งยิ่งใหญ่ของมนุษย์ Oyster Perpetual Explorer ก็ออกวางจำหน่ายในปี 1953 เพื่อฉลองชัยในการพิชิตยอดเขาเอเวอเรสต์อันสูงชัน และนาฬิการุ่นนี้ก็ได้รับความนิยมอย่างยิ่ง

Submariner ซึ่งวางจำหน่ายในปี 1953 เป็นนาฬิกาข้อมือแบบกันน้ำเรือนแรกสำหรับนักดำน้ำ โดยลงน้ำได้ลึกถึง 100 เมตร (330 ฟุต) ขอบหน้าปัดที่หมุนได้ช่วยให้นักดำน้ำสามารถรู้เวลาที่ตัวเองอยู่ในน้ำ

ลงตัวทุกเส้นทางไม่ว่าบนบกหรือในน้ำ
Submariner ขึ้นเพื่อให้ทำงานได้อย่างสมบูรณ์แบบในใต้ทะเลที่ความลึก 660 ฟุต ดูเหมือนว่านาฬิกาจะทำงานได้ดีที่ความลึกทุกระดับ

ขณะที่การเดินทางข้ามทวีปพัฒนาขึ้นในช่วงทศวรรษที่ 1950 สายการบินก็เริ่มบินข้ามไทม์โซนหลายเขตติดต่อกันอย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้การทราบเวลาในพื้นที่ต่างๆ บนโลกในขณะเดียวกันนั้นกลายเป็นสิ่งที่สำคัญ ช่วงเวลานี้เป็นยุคทองของเครื่องบินเจ็ทและ Rolex ก็ได้ผลิตนาฬิกาที่ตอบโจทย์ความต้องการด้านเวลาเหล่านี้

1955

GMT-Master พัฒนาขึ้นเพื่อให้ตรงต่อความต้องการที่เจาะจงของนักบินในสายการบิน นาฬิกาของเรากลายเป็นนาฬิกาที่ใช้กันอย่างเป็นทางการในหลายๆ สายการบิน อาทิเช่น Pan American World Airways ที่มีชื่อเสียงซึ่งรู้จักกันดีในชื่อ Pan Am คุณลักษณะที่มองเห็นได้และโดดเด่นที่สุดก็คือขอบหน้าปัดสองสีซึ่งเป็นสัญลักษณ์ที่สื่อถึงเวลากลางวันและกลางคืน

1956

ในปี 1956 รุ่น Oyster Perpetual Day-Date ได้เปิดตัวเป็นครั้งแรก โดยวางจำหน่ายในสีแพลทินัมหรือสีทอง 18 ct เท่านั้นและเป็นนาฬิกาเรือนแรกที่แสดงวันที่พร้อมกับวันแบบสะกดเต็มคำในช่องบนหน้าปัด นาฬิการุ่นนี้มาพร้อมกับสาย President ซึ่งทำขึ้นเป็นพิเศษสำหรับตัวเรือน ทุกวันนี้ Day-Date ยังคงเป็นนาฬิกาที่เหมาะสำหรับผู้ทรงอิทธิพลของโลก

นาฬิกา Rolex มีความเกี่ยวพันกับผู้ที่มีอำนาจชี้ชะตาโลกมายาวนาน ไม่ว่าวิสัยทัศน์ ความเชี่ยวชาญ หรือความสำเร็จของพวกเขาจะเป็นอย่างไร สิ่งหนึ่งที่ทั้งสุภาพบุรุษและสุภาพสตรีที่เหนือระดับเหล่านี้มักจะมีเหมือนกันก็คือนาฬิกา Day-Date

European Organization for Nuclear Research (CERN) องค์กรปฏิบัติการทางฟิสิกส์ด้านอนุภาคพิเศษได้พัฒนาการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ที่ล้ำหน้าเกี่ยวกับความลับที่เป็นพื้นฐานของจักรวาลขึ้นมา องค์กรแห่งนี้ใช้เครื่องเร่งอนุภาคที่ให้พลังงานสูงที่สุดในโลก ในช่วงทศวรรษที่ 1950 CERN เป็นหนึ่งในสถาบันวิทยาศาสตร์แห่งแรกที่ออกมายืนยันว่านาฬิการุ่น Milgauss สามารถทนสนามแม่เหล็กได้สูงถึง 1,000 เกาส์

Milgauss ซึ่งเริ่มวางจำหน่ายในปี 1956 ได้รับการออกแบบขึ้นเพื่อให้ตอบโจทย์ความต้องการของบรรดานักวิทยาศาสตร์ และสามารถ ทนต่อสนามแม่เหล็กได้สูงถึง 1,000 เกาส์ นวัตกรรมที่เป็นหัวใจสำคัญของคุณสมบัติที่ทนต่อการรบกวนจากแม่เหล็กได้สูงของ Milgauss ก็คือฝากันคลื่นแม่เหล็กซึ่งจะช่วยปกป้องการเดินของนาฬิกา

ตัวเรือนผลิตจากอัลลอยเฟอร์โรแมกเนติกที่ Rolex เลือกสรรมาเป็นอย่างดีโดยประกอบด้วยสองส่วน ส่วนแรกไขติดกับกลไกการเดินของนาฬิกาและอีกส่วนอยู่ที่ตัวเรือน Oyster หลังการทดสอบที่เข้มข้นของวิศวกรจาก CERN นาฬิการุ่นนี้ก็ขึ้นชื่อด้านการป้องกันสนามแม่เหล็กได้อย่างสมบูรณ์แบบ

1957

Lady-Datejust เป็นเรือนเวลาสำหรับสุภาพสตรีที่บอกวันที่ได้รุ่นแรกของ Rolex โดยถ่ายทอดความงดงามที่เหนือกาลเวลาและการทำงานอันยอดเยี่ยมลงในตัวเรือนที่มีขนาดเล็ก จึงเหมาะกับข้อมือของสุภาพสตรีเป็นอย่างดี

1960

ในทศวรรษที่ 1950 Rolex ได้ทำการทดสอบนาฬิกาเพื่อการสำรวจที่มีชื่อว่า “Deep Sea Special” ในปฏิบัติการสุดโหด ด้วยความรู้ที่ได้จากการผลิตนาฬิกาสองรุ่นแรก Deep Sea Special รุ่นที่สามจึงรังสรรค์ขึ้นเพื่อสภาพแวดล้อมที่สุดขั้ว อย่างเช่นช่วง Challenger Deep ใน ร่องลึกก้นสมุทรมาเรียนา

ในปี 1960 ยานสำรวจน้ำลึก Trieste ที่ใช้ในการทดสอบได้ดำลงไปที่ร่องลึกก้นสมุทรมาเรียนาซึ่งเป็นจุดที่มีการยุบตัวลงไปลึกที่สุดบนผิวโลกและประสบความสำเร็จด้วยดี ร้อยโท Don Walsh ผู้ขับเรือและ Jacques Piccard ผู้ร่วมเดินทางไปกับ Trieste ประสบความสำเร็จในการเดินทางสุดเหลือเชื่อที่ทำให้การสำรวจมหาสมุทรลึกก้าวไปอีกขั้นหนึ่ง

ในปี 1960 ยานสำรวจน้ำลึก Trieste ที่ใช้ในการทดสอบได้ดำลงไปที่ร่องลึกก้นสมุทรมาเรียนาซึ่งเป็นจุดที่มีการยุบตัวลงไปลึกที่สุดบนผิวโลกและประสบความสำเร็จด้วยดี ร้อยโท Don Walsh ผู้ขับเรือและ Jacques Piccard ผู้ร่วมเดินทางไปกับ Trieste ประสบความสำเร็จในการเดินทางสุดเหลือเชื่อที่ทำให้การสำรวจมหาสมุทรลึกก้าวไปอีกขั้นหนึ่ง

เมื่อดำขึ้นจากความลึก 10,916 เมตร (37,800 ฟุต) ยานสำรวจน้ำลึกก็ทำงานได้เป็นอย่างดี เช่นเดียวกับ Rolex Deep Sea Special นาฬิกาเพื่อการสำรวจรุ่นทดสอบซึ่งถูกติดไว้ด้านนอกของยานระหว่างการดำน้ำครั้งประวัติศาสตร์นี้

ชายหาดเดย์โทนา มลรัฐฟลอริดา ชายหาดที่ทอดยาวซึ่งเต็มไปด้วยทรายอันเรียบเนียนแห่งนี้ทำให้เมืองเดย์โทนาก้าวขึ้นเป็นตำนานในฐานะเมืองศูนย์กลางแห่งความเร็วโลก เพราะมีการทำสถิติความเร็วโลกบนพื้นดินถึง 14 ครั้งระหว่างปี 1904 ถึงปี 1935 โดยห้าครั้งเป็นฝีมือของเซอร์ Malcolm Campbell ผู้ใส่นาฬิกาข้อมือ Rolex ตลอดหลายปี ชายหาดแห่งนี้ก็ทรุดโทรมลง ในปี 1959 ได้มีการก่อสร้าง “Super Speedway” ขึ้นโดยเรียกว่า Daytona International Speedway

สนามแข่งรถแห่งใหม่ตกเป็นที่สนใจอย่างรวดเร็วและกลายเป็นที่แข่งรถเพื่อทดสอบความทนทานที่มีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งของโลกควบคู่ไปกับการแข่งรถ 24 Hours of Le Mans ถึงแม้ว่าผิวของสนามจะไม่ใช่ทรายอีกต่อไป แต่เดย์โทนาก็ยังคงเป็นเจ้าภาพในการทดสอบผู้ขับขี่และยานยนต์แห่งตำนาน: Rolex 24 at Daytona

1963

เปิดตัวในปี 1963 ในฐานะนาฬิกาโครโนกราฟรุ่นใหม่ ซึ่งได้สร้างชื่อเสียงและกลายเป็นสัญลักษณ์ของการแข่งขันรถบนสนาม Daytona ภายในเวลาอันรวดเร็ว นาฬิกา Cosmograph Daytona ได้รับการออกแบบขึ้นเพื่อทำหน้าที่เป็นเครื่องมือชิ้นสำคัญสำหรับนักแข่งรถเอนดูรานซ์ในการทดสอบความทนทาน สามารถกันน้ำได้ และโดดเด่นด้วยสเกล Tachymeter บนขอบหน้าปัดเพื่อคำนวณความเร็วเฉลี่ย

ความสัมพันธ์พิเศษเริ่มต้นขึ้นระหว่าง Rolex กับ Compagnie Maritime d’Expertises (COMEX) โดยนักดำน้ำของที่นี่ได้ใส่นาฬิกา Rolex Sea-Dweller ขณะทำงานใต้น้ำลึก บริษัทแห่งนี้ซึ่งบริหารโดย Henri-Germain Delauze เป็นองค์กรที่บุกเบิกการดำน้ำทะเลลึกและยังเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมความดันบรรยากาศและงานใต้น้ำในระดับโลกความ

สัมพันธ์ของ Rolex กับ COMEX แข็งแกร่งจนถึงทุกวันนี้ เช่นที่เห็นได้จากแท็งก์น้ำความดันบรรยากาศที่บริษัท Marseille พัฒนาขึ้นเ็ป็นพิเศษเพื่อทดสอบนาฬิกา Rolex Deepsea

1967

ปี 1967 มีการเริ่มวางจำหน่าย Oyster Perpetual Sea-Dweller นาฬิกาที่กันน้ำได้ถึงระดับความลึก 610 เมตร เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้เชี่ยวชาญในการดำน้ำทะเลลึก ตัวเรือนของนาฬิกาจึงมาพร้อมกับวาล์วระบายฮีเลียมเพื่อให้ฮีเลียมจากก๊าซที่ผสมกันระบายออกมาได้โดยไม่ทำลายนาฬิการะหว่างขั้นตอนที่มีความกดดันสูงในห้องปรับบรรยากาศ

1971

Rolex ได้นำเสนอ Oyster Perpetual Explorer II ซึ่งผลิตขึ้นเป็นพิเศษสำหรับนักสำรวจขั้วโลก นักสำรวจถ้ำ และผู้ที่ก้าวข้ามขีดจำกัดในการสำรวจทุกคน นาฬิกาเรือนนี้พิเศษตรงที่มีการแสดงตัวเลข 24 ชั่วโมงซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งในพื้นที่ขั้วโลกและใต้ดินเมื่อคุณไม่รู้ว่าเป็นเวลากลางวันหรือกลางคืน

1976

ในโอกาสเฉลิมฉลองการครบรอบ 50 ปีของ Oyster เราจึงเริ่มจัดทำ Rolex Awards for Enterprise ขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่บุคคลพิเศษผู้มีความกล้าหาญและความเชื่อมั่นที่จะทำสิ่งยิ่งใหญ่

Rolex Award for Enterprise แต่ละรางวัลจะมอบให้กับโครงการที่กำลังทำขึ้นใหม่ไม่ว่าจะอยู่ที่มุมใดของโลกก็ตาม โดยจะพิจารณาโครงการที่ควรได้รับการสนับสนุนจากความสามารถในการพัฒนาคุณภาพชีวิต การปกป้องธรรมชาติให้กับโลกใบนี้ รวมถึงการสืบสานวัฒนธรรม โครงการดังกล่าวสัมพันธ์กับความเป็นมนุษย์ในทุกแง่มุมโดยการเสริมความรู้หรือยกระดับรูปแบบการดำเนินชีวิตบนโลก

1978

Rolex วางจำหน่าย Sea-Dweller 4000 นาฬิกาที่สามารถกันน้ำได้ถึงระดับความลึก 1,220 เมตร (4,000 ฟุต)

1985

นาฬิกา Rolex ที่ผลิตจากสแตนเลสสตีล สร้างสรรค์ด้วยอัลลอยด์ของ Rolex หรือเป็นที่รู้จักในชื่อ “Oystersteel” นับตั้งแต่ปี 2018 ซึ่งวัสดุประเภทนี้ได้มีการนำมาใช้งานอย่างกว้างขวางในเทคโนโลยีชั้นสูง รวมถึงอุตสาหกรรมอวกาศ และอุตสาหกรรมเคมี

สแตนเลสสตีล 904L มีคุณสมบัติในการป้องกันการสึกกร่อนเป็นเลิศเมื่อเปรียบเทียบกับโลหะมีค่าอื่นๆ รวมถึงให้ความเงางามเป็นพิเศษเมื่อขัด ในปี 1985 Rolex ได้กลายเป็นแบรนด์ผู้ผลิตนาฬิการายแรกที่ใช้สแตนเลสสตีล 904L สำหรับการผลิตตัวเรือน

1992

การตีความ Lady-Datejust ในรูปแบบใหม่ได้เริ่มขึ้นใน
Pearlmasterปี

1992 มีการประกาศวางจำหน่าย Oyster Perpetual Yacht-Master สมาชิกใหม่ในตระกูล Oyster รุ่นนี้ช่วยเสริมความสัมพันธ์ระหว่าง Rolex และโลกแห่งการแล่นเรือใบ

Rolex ภูมิใจที่ได้เป็นผู้สนับสนุนรายการแข่งเรือที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลก

2000

กลไกอัตโนมัติโครโนกราฟ Calibre 4130 ได้รับการรังสรรค์และประกอบขึ้นเป็นพิเศษใน Rolex ตั้งแต่ปี 2000 สำหรับ Cosmograph Daytona โดยมีอะไหล่เพียงแค่ 290 ชิ้นซึ่งน้อยกว่ากลไกอัตโนมัติโครโนกราฟทั่วไปอย่างมาก จึงทั้งเรียบง่ายและลงตัวอย่างเหนือระดับ

2002

Rolex Mentor and Protégé Arts Initiative ก่อตั้งขึ้นในปี 2002 เพื่อสนับสนุนผู้ที่มีพรสวรรค์ผ่านโครงการพิเศษซึ่งจะมีการให้คำปรึกษาแบบตัวต่อตัวกับบุคคลที่มีชื่อเสียงในแวดวงนั้นๆ มากกว่าหนึ่งทศวรรษที่ชุมชนนักสร้างสรรค์ของ Rolex Mentor and Protégé Arts Initiative ได้เพิ่มขึ้นในทวีปและวัฒนธรรมต่างๆ ขณะนี้ โครงการมีศิลปินที่มีชื่อเสียงมากกว่า 80 คนโดยมีวัยวุฒิและคุณวุฒิที่หลากหลาย

2005

Rolex ได้พัฒนาและจดสิทธิบัตรขอบหน้าปัดเซรามิก Cerachrom ขึ้นเพื่อโมเดลสำหรับมืออาชีพในด้านต่างๆ คุณจึงมั่นใจได้ว่าความหรูหราและ ความสามารถในการทำงานที่ยาวนานจะไม่ลดลง แม้ในสภาพแวดล้อมที่เลวร้ายที่สุด

ขอบหน้าปัดที่ดูทันสมัยผลิตจากเซรามิกแข็งพิเศษจึงทนต่อรอยขีดข่วนและยังสามารถปกป้องสีสันจากรังสีอัลตราไวโอเลตได้อีกด้วย นอกจากนี้ พื้นผิวที่ผ่านการขัดด้วยเพชรจะแลดูเงางามเป็นพิเศษ ขอบที่สลักเสร็จใน 24 ชั่วโมงจะได้รับการเคลือบด้วยชั้นแพลทินัมบางๆ

หลังจากห้าปีแห่งการวิจัย Rolex ก็ได้คิดค้นแฮร์สปริง Parachrom สีน้ำเงินขึ้นมา โดยประดิษฐ์จากอัลลอยพาราแมกเนติกซึ่งช่วยปกป้องผลกระทบอันเกิดจากสนามแม่เหล็กและทนต่อแรงสั่นสะเทือนได้มากกว่าถึง 10 เท่า ในอดีตนั้น สีน้ำเงินที่เป็นสีเฉพาะตัวของเส้นแฮร์สปริงคือสัญลักษณ์ของเกียรติภูมิที่มีอยู่ในเรือนเวลาอันเที่ยงตรงที่สุดเท่านั้น

2007

นาฬิกาโครโนกราฟสำหรับการแข่งเรือใน Oyster Perpetual Yacht-Master II เป็นนาฬิกาเรือนแรกของโลกที่มีคุณสมบัตินับถอยหลังแบบตั้งโปรแกรมได้โดยมาพร้อมกับหน่วยความในตัวเรือน อุปกรณ์ที่ซับซ้อนและมีความเฉพาะตัวในการทำนาฬิกาชิ้นนี้ประกอบด้วยระบบกลไกที่ทันสมัยระหว่างกลไกการเดินกับตัวเรือนนาฬิกาเนื่องมาจากขอบหน้าปัดที่มีกลไกวงแหวนหมุนได้ซึ่ง Rolex ได้ออกแบบและพัฒนาขึ้นเป็นพิเศษ นาฬิกาโครโนกราฟสำหรับการแข่งเรือเรือนนี้ช่วยให้ผู้แข่งขันสามารถออกตัวได้ในทันทีที่มีการให้สัญญาณ

2008

Rolex Deepsea ออกแบบขึ้นเพื่อการสำรวจโลกใต้น้ำในสภาพแวดล้อมที่เลวร้าย ระบบ Ringlock อันเป็นนวัตกรรมพิเศษทางเทคนิคจะช่วยให้ตัวเรือนทนต่อแรงดันน้ำได้เทียบเท่ากับน้ำหนักประมาณสามตันบนกระจกหน้าปัด Rolex Deepsea สามารถลงลึกใต้น้ำได้มากกว่าเรือวิจัยใต้น้ำเฉพาะกิจหลายลำ และมากกว่าความลึกที่มนุษย์สามารถรอดชีวิตได้ในทางกายภาพถึง 100 เท่า

2012

Rolex นำเสนอนาฬิการุ่นใหม่อันล้ำสมัย Oyster Perpetual Sky-Dweller ซึ่งเป็นงานชิ้นโบแดงทางเทคโนโลยีสำหรับนักท่องโลก ตัวเรือนขนาด 42 มม. อันน่าทึ่งมาพร้อมกับไทม์โซนสองเขตเวลาเพื่อให้อ่านได้ง่ายขณะใช้งาน รวมถึง Saros ปฏิทินรายปีที่ทันสมัยเป็นพิเศษ เพื่อสื่อถึงปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์ที่เป็นแรงบันดาลใจของนาฬิกา ความสะดวกอีกประการก็คือผู้ใช้จะต้องปรับวันที่เพียงครั้งเดียวในรอบปีเท่านั้น และเพื่อทำให้การตั้งค่าฟังก์ชันเป็นไปอย่างรวดเร็วและง่ายดาย นาฬิการุ่นนี้ยังมาพร้อมหน้าสัมผัสใหม่: ขอบหน้าปัด Ring Command ที่หมุนได้

วันที่ 26 มีนาคม 2012 James Cameron ผู้ผลิตภาพยนตร์และนักสำรวจในโครงการ Explorer‑in‑Residence ของเนชั่นแนลจีโอกราฟฟิก ได้ลงไปยังร่องลึกก้นสมุทรมาเรียนาซึ่งเป็นการดำสู่จุดที่ลึกที่สุดของโลกเพียงลำพังครั้งแรก และเป็นการดำน้ำไปยังร่องลึกเพียงครั้งเดียวหลังจากยานสำรวจน้ำลึก Trieste ในปี 1960 ที่มีผู้เดินทางสองคน โดยมีผู้โดยสารเพียงหนึ่งรายที่ได้ร่วมการเดินทางทั้งสองครั้ง: นาฬิกา Rolex นั่นเอง

Oyster Perpetual Rolex Deepsea Challenge คือนาฬิกาที่ใช้ทดสอบในการดำน้ำโดยได้รับการรับรองว่ากันน้ำได้ในระดับความลึกสูงสุด 12,000 เมตร (39,370 ฟุต) Rolex ออกแบบและผลิตนาฬิการุ่นนี้ขึ้นมาเป็นพิเศษเพื่อให้ทนต่อแรงดันมหาศาลแม้ในส่วนที่ลึกที่สุดของมหาสมุทร จึงทำสถิตินาฬิกาที่ดำน้ำได้ลึกที่สุดในโลก

2013

ในปี 2013 Rolex ได้เข้าเป็นส่วนหนึ่งของรายการแข่งขัน Formula 1® ในระยะยาวโดยรับหน้าที่เป็นนาฬิกาจับเวลาอย่างเป็นทางการและนาฬิกาที่ใช้อย่างเป็นทางการเพื่อสร้างความสัมพันธ์อันดีกับกีฬาแข่งรถ

0 เสนอราคา
21 ดู


Rolex Submarine Ceramic Date 2019

Rolex Submarine Ceramic Date 2019รุ่นยอดนิยมที่มียอดจำหน่ายและได้รับความนิยมที่สุดของ Rolex

329,000฿


ยังไม่ได้ตรวจสอบ!

0 เสนอราคา
231 ดู


ROLEX GMT-MASTER ROOTBEER Ref.16753/75××××× ปี1982s.

ROLEX GMT-MASTER ROOTBEERRef.16753/75××××× #ปี1982s..สภาพสวยงามมากก ตัวอ้วนคม#ไม่มีสาย#ไม่มีอุปกร

295,000฿


ยังไม่ได้ตรวจสอบ!

0 เสนอราคา
30 ดู


Rolex Daytona Cosmograph Ice Blue Diamond

Rolex Daytona Cosmograph Ice Blue DiamondเรือนWhite Gold ขอบเพชรบาเก๊ต น้ำ 98-99 หน้า Pave Diamond Ice Blue งาน After Setting ระดั

1,260,000฿


ยังไม่ได้ตรวจสอบ!

0 เสนอราคา
181 ดู


WTSOT: Rolex Sky Dweller white gold Arabic black dial leather strap Ref: 326139 Scrambled series / 2019 ใบไทยหายห่วง

WTSOT: Rolex Sky Dweller white gold Arabic black dial leather strap Ref: 326139 Scrambled series / 2019 ใบไทยหายห่วงราคาพิเศษ 829,000.-ขนาดตั

829,000฿


ยังไม่ได้ตรวจสอบ!

0 เสนอราคา
17 ดู


Rolex Sea-Dweller #Deepsea ปี 2014 Ref.116660 FullSet สภาพ 99%

👑[WTS]👑 Rolex Sea-Dweller #Deepsea ปี 2014 Ref.116660 FullSet สภาพ 99%📢รายละเอียด : กล่อง ใบ ซองหนัง ข้อ ป้าย tag

432,000฿


ยังไม่ได้ตรวจสอบ!

โพสต์นี้มีประโยชน์?

คลิกที่ดาวเพื่อให้คะแนน!

คะแนนเฉลี่ย 0 / 5. จำนวนโหวต: 0

ยังไม่มีคะแนนโหวต! เป็นคนแรกที่ให้คะแนนโพสต์นี้

ตามที่คุณพบโพสต์นี้มีประโยชน์ ...

ติดตามเราบนโซเชียลมีเดีย!

ขออภัยที่โพสต์นี้ไม่มีประโยชน์สำหรับคุณ!

ให้เราปรับปรุงโพสต์นี้!

บอกเราว่าเราจะปรับปรุงโพสต์นี้ได้อย่างไร

สมาชิกเท่านั้นที่สามารถแสดงความคิดเห็น เข้าสู่ระบบ หรือ สมัครสมาชิก!